Article

Tank Mates เพื่อนร่วมตู้ ที่ควรเอาใจใส่

semicirculatus butterfly

ในการเลี้ยงตู้ทะเล ส่วนใหญ่แล้ว นักเลี้ยงมักจะเลี้ยงเป็นตู้รวมสิ่งมีชีวิตหลาย ๆ อ่ย่าง
หลายต่อหลายคน พยายาม ที่จะเลือกสิ่งมีชีวิตที่ตนชอบ ใส่ลงไป แล้วก็รอดูผล ซึ่งอีกหลาย
วันต่อมา ก็พบว่า ตัวที่ใส่ลงไปใหม่นั้น ถูกรับน้องใหม่ จนตาย หรือ อาจกลายเป็นนักเลงอันตพาล
คอยไล่ทำร้ายสิ่งมีชีวิตอื่น ก็ได้ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดกับปลาเท่านั้น แต่ยังเป็นกับสิ่งมีชีวิตอีกหลาย ๆ อย่าง

หากเราได้เลือกเพื่อนร่วมตู้ดี ๆ ก็จะพบว่า ตู้ที่เราเลี้ยง นั้น มีความสมดุลย์ มีความสวยงาม ร่าเริง มากกว่า ความเครียด ที่จะต้องคอยระแวง
ว่า วันนี้จะมีสมาชิกไหนโดนกิน หรือป่วย หรืออื่น ๆ

ก่อนจะก้าวเข้าไปสู่ความรู้เกี่ยวกับเพื่อนร่วมตู้ อยากให้หันกลับมามอง 2 อย่าง คือ ประเภทของตู้ และ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต

ประเภทของตู้เลี้ยง

ตู้เลี้ยงที่เราเลี้ยงกันอยู่ เรามักแบ่งกันเป็นคร่าว ๆ คือ ตู้ปลาล้วน ตู้ปะการัง หรือ ตู้รวมปลาและปะการัง แต่หากมองอีกแง่ ในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างชนิด
จึงแบ่งแนวคิดใหม่เป็น

  • ตู้เลี้ยงเพียงชนิดเดียว Single Species Tank
  • ตู้เลี้ยงเพียงชนิดเดียวแบบบริสุทธิ์ Pure Strain Culture Species Tank
  • ตู้เลี้ยงที่จำกัดชนิดพันธุ์ให้มีมากกว่าหนึ่ง ซึ่งมีความสัมพันธ์กันในทางที่ดี แต่มีจำนวนชนิดไม่มาก ( Commensual Tank )
  • ตู้เลี้ยงรวมหลาย ๆ ชนิดพันธุ์ ( Community Tank )

ในตู้เลี้ยงเพียงชนิดเดียว จะหมายถึงเรามีสิ่งมีชีวิตที่ต้องการเพียงชนิดเดียว แต่อาจมีสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นที่ติดมาด้วยเล็กน้อย ส่วนมากมักเป็นพวกสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดแตกต่างกันมาก ๆ และมักเป็นคนละกลุ่ม ( Kingdom ) กัน เช่น ปลากับแบคทีเรีย เป็นต้น

ในตู้เลี้ยงชนิดเดียวแบบบริสุทธิ์ จะจำกัดสิ่งมีชีวิตนั้นให้เหลือเพียงชนิดเดียวจริง ๆ โดยที่ไม่มีชีวิตอื่นมาปน พวกนี้มักใช้กันในห้องปฏิบัติการ ๆ เพาะเลี้ยง
และทางวิทยาศาสตร์ เช่น แพลงตอนพืชชนิด เตตราเซลมิส และไม่มีแบคทีเรีย ไวรัส หรือ รา ปนมา

ตู้เลี้ยงที่จำกัดชนิดพันธุ์ให้มีน้อย แต่มีมากกว่า 1 คือตู้ขนาดเล็กที่ไม่ให้มีสิ่งมีชีวิตอื่นที่คุมได้ยาก และสิ่งมีชีวิตที่เลือกเข้าไป มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เช่น
ปลาการ์ตูนกับ กุ้งพยาบาล หรือ ปลาการ์ตูนกับแอนนีโมน หรือ อาจเป็นทั้ง ปลาการ์ตูนกับกุ้งแอนนีโมนและแอนนีโมน เป็นต้น ( ปลาการ์ตูนไม่กินกุ้งแอนนีโมน และ ทั้งกุ้งแอนนีโมนและปลาการ์ตูนก็อาศัยพึ่งพิงแอนนีโมนได้ )

ส่วนตู้เลี้ยงที่เลี้ยงรวมหลายๆ ชนิดพันธุ์ ก็จะเกิดความสัมพันธ์ที่หลากหลาย เป็นกลุ่มย่อย ๆ เหมือนในตู้เลี้ยงจำกัดชนิดพันธุ์หลาย ๆ ตู้รวมกัน และแยกกันเป็นย่อย ๆ แต่ขณะเดียวกัน ก็มีการรบกวนกันระหว่างระบบของแต่ละกลุ่มย่อย เช่น การหาอาหารของปู ไปจับปลาการ์ตูนที่นอนหลับอยู่มากิน เป็นต้น ความสัมพันธ์ที่เกิด ในตู้แบบนี้มีหลากหลาย ทั้งแบบพึ่งพิง ผู้ล่ากับเหยื่อ หรือปรสิต เป็นต้น

ตู้เลี้ยงที่รวมกันหลากหลาย จึงจะต้องมีระบบที่ใหญ่ เพื่อรองรับพื้นที่ความปลอดภัยจากผู้ล่า หรือ อันตพาล และ มีสิ่งมีชีวิตจำนวนมากพอ จึงเกิดขึ้นเป็นตู้ที่มี ความหลากหลายทางชีวภาพได้ ขณะเดียวกัน หากตู้เล็กเกินไป สิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอ จะกลายเป็นเหยื่อ และไม่สามารถเจริญเติบโตได้ทัน ( เช่น พอดในตู้ถูกปลานกขุนทองกินจนเหลือน้อยมาก ) จนเริ่มสูญหายไปจากระบบ ทำให้ระบบไม่สมดุลย์ บางทีระบบจึงกลายเป็นตู้ที่จำกัดชนิดพันธุ์ไปโดยปริยาย จากการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

ดังนั้น การคัดเลือกสิ่งมีชีวิตที่จะมาลงในตู้รวมชนิดพันธุ์ ก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในระบบที่มีขนาดไม่ใหญ่

 

อันต่อมาที่นักเลี้ยงจะได้รู้ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต นั้น มีความสำคัญมาก เปรียบเสมือนเราอยู่ในสังคม เราก็มีเพื่อน มีศัตรู มีครอบครัว มีสัตว์เลี้ยง รวมถึงมีอาหารการกิน เราดำรงอยู่ได้ท่ามกลางความสัมพันธ์เหล่านี้ สิ่งมีชีวิตทุกชนิดในธรรมชาติ ก็ดำรงอยู่ภายใต้ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต ( Biological Relationship )ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ความสัมพันธ์เหล่านั้น แตกออกมาได้เป็นหลายรูปแบบ คือ

  • เป็นเหยื่อ กับ ผู้ล่า ( Predation คือมีตัวนึงถูกกิน = pest/victim และ ตัวนึง กิน = predator และ ตัวถูกกินมักเสียชีวิตทันทีที่โดนกิน )
  • เป็นปรสิต กับ เหยื่อหรือเจ้าบ้าน ( Parasitism คือมีตัวนึงคอยกัดกิน = parasite และอาศัยอยู่ในตัวเจ้าบ้าน = Host หรือไม่อาศัยก็ได้ ตัวที่ถูกกินมักไม่ตายแต่อ่อนแอลงมาก จนอาจถึงตายได้ในเวลาถัดไป และปรสิตเองจะแยกกันอยู่กับเจ้าบ้านไม่ได้ ไม่งั้นปรสิตก็ตาย)
  • เป็นผู้อาศัย กับ ผู้ให้อาศัยหรือภาวะการเกื้อกูล ( Commensualism คือมีตัวนึงอาศัยอยู่ กับ อีกตัวนึงให้อาศัย ผู้อาศัยจะได้รับประโยชน์จากผู้ให้อาศัย แต่ผู้ให้อาศัยไม่เดือดร้อนและไม่ได้รับประโยชน์ )
  • เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน เมื่อได้อยู่ด้วยกัน ( Protocooperation คือ ถ้าทั้งสองตัวอาศัยอยู่ร่วมกัน จะได้ผลดีทั้งคู่ เช่น ปลาการ์ตูนกับแอนนีโมน ที่ปลาคอยไล่ศัตรูของแอนนีโมน และหาอาหารให้แอนนีโมน ขณะที่แอนนีโมนก็ให้ที่อยู่อาศัย รังวางไข่ และการปกป้องปลาการ์ตูนไปด้วย )
  • มีผลประโยชน์ร่วมกันและแยกกันอยู่ไม่ได้ หรือการพึ่งพาอาศัย Muturalism ถ้าแยกกันอยู่ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะมีอันเป็นไป เช่น หาก ปะการังที่สังเคราะห์แสงขาด zooxanthellae แล้ว ปะการังก็อ่อนแอลงและอาจถึงตายได้
  • การแข่งขัน Resource Competition ซึ่งสิ่งมีชีวิตทั้งสอง อาจเป็นชนิดเดียวกันหรือต่างชนิดกัน แต่มีอาหารหรือที่อยู่อาศัยอย่างเดียวกัน แต่อาหารหรือที่อาศัยมีขีดจำกัด
  • ภาวะการกีดกัน Interference Competition ใกล้เคียงกับการแข่งขัน แต่การอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตหนึ่ง ไปมีผลต่อการอยู่รอดของอีกชีวิตหนึ่ง เช่น สาหร่ายขนแมว โตทับ ปะการัง จน ปะการังไม่สามารถได้รับกระแสน้ำและแสง จนตายในที่สุด
  • ความสัมพันธ์แบบส่งผลกระทบต่อกัน Amensualism อันนี้จะตรงข้ามกับการเกื้อกูลกันแบบ Commensualism คือสิ่งมีชีวิตหนึ่ง ส่งผลต่ออีกสิ่งมีชีวิตหนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งผลกระทบอาจไปทางบวก หรือ ลบ ( เหมือน Resource Competition ) ก็ได้ เช่น สาหร่ายตัวหนึ่งแบ่งตัวเร็ว จนไปยับยั้งการเติบโตของสาหร่ายอีกแบบหนึ่ง
  • ภาวะอื่น ๆ เช่น ภาวะการเป็นกลาง ( Neutralism คือ ทั้งสองชนิดต่างดำรงอยู่ไม่เกี่ยวข้องกัน ) และ ภาวะของการสร้างสารปฏิชีวนะ ( คืออีกฝ่ายหนึ่ง สร้างสารปฏิชีวินะ ซึ่งตัวเอง ก็ไม่ได้รับประโยชน์อะไร แต่อีกฝ่าย ไม่สามารถเติบโตได้ อย่างเช่น ปะการังปล่อยสารเคมีเข้ามาในน้ำ และปะการังอีกต้นที่ไกลออกไปตายเพราะสารเคมีนั้น ๆ )

ความสัมพันธ์เหล่านี้ นักเลี้ยงควรต้องใส่ใจ เช่น เราเอาปลาผีเสื้อมา เพราะความสวย พอเลี้ยง ๆ ไป เราพบว่า มันจะเป็นผู้ที่อ่อนแอ และถูกโจมตี จากเพื่อนร่วมตู้มาก เป็นพิเศษ ขณะเดียวกัน มันเองก็เป็นผู้ล่าปะการังที่ร้ายกาจ และสุดท้าย มันก็ติดโรคตายง่าย สรุปก็คือเสียทั้งปลาฝีเสื้อ ทั้งปะการัง ทำให้ปลาดุขึ้น เสียเงิน แลกกับความสวยงามเพียงครั้งคราว นั่นคือ ความชอบในชีวิตของเรา ก็อาจมีผลกระทบกับ สัตว์ในตู้ตัวอื่น ๆ ที่เราไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดขึ้น และเกิดการสูญเสียมากขึ้น กว่าที่เราต้องการ ( จริง ๆ เราอยากแค่เสียเงินเพื่อเลี้ยงปลาผีเสื้อเท่านั้น จริงไหม ) เมื่อเป็นเช่นนี้ การวางแผน และการศึกษาหาข้อมูล ก่อนการตัดสินใจเลือกเพื่อนร่วมตู้ใหม่ เป็นสิ่งสำคัญมาก

เพื่อนร่วมตู้ ในที่นี้ แพลงตอน รีฟเทคของเรา ขอแบ่งเป็น 2 แบบใหญ่ ๆ

  1. เพื่อนร่วมตู้ที่มองไม่เห็น หรือ microscopic tankmate ก็คือสัตว์เล็ก ๆ ที่เราไม่ใส่ใจ ( จริง ๆ มันก็ไม่เล็กขนาดมองไม่เห็นหรอก แต่มันเล็กจนไม่สนใจ เช่น พอด หนอนตัวแบน หนอนเล็ก ๆ ตัวอ่อนของสิ่งมีชีวิต แบคทีเรีย เชื้อโรคต่าง ๆ ) ขอให้แยกกันที่ 1 เซนติเมตร
  2. เพื่อนร่วมตู้ที่มองเห็น หรือ macroscopic tankmate ก็คือ สัตว์ที่เราเห็นด้วยตาเปล่าและบางทีคาดหวังไว้ว่าจะเห็นในตู้เรา เช่น ปลา กุ้ง หอยชนิดต่าง ๆ สาหร่าย เป็นต้น

และยังแบ่งต่อไปอีก 3 แบบ คือ

  1. เพื่อนร่วมตู้ที่มีประโยชน์ แปลว่ามีประโยชน์ต่อการเลี้ยงระยะยาว หรือระยะสั้นก็ตามแต่ เช่น กุ้งพยาบาลช่วยพยาบาลปลา
  2. เพื่อนร่วมตู้ที่ไม่มีประโยชน์ต่อกัน และไม่มีโทษ เช่น ปะการังเห็ด กับปลาการ์ตูน ซึ่งทั้งสองไม่สนใจกันมากมาย
  3. เพื่อนร่วมตู้ที่มีโทษต่อกัน เช่น ปลาทริกเกอร์ กับ กุ้งมดแดง เจอกันเมื่อไหร่ก็ได้กินกัน

สาเหตุที่เราต้องแบ่งแบบนี้ เพื่อให้นักเลี้ยงได้คิดเสมอ ๆ ว่า เราเอาสิ่งมีชีวิตหนึ่ง ๆ มา มันจะมีประโยชน์ต่อตัวอื่นหรือไปทำร้ายตัวอื่นไหม ขณะเดียวกัน เราเอาสิ่งแปลกปลอมที่เราไม่ได้ตั้งใจเอาเข้ามาในตู้หรือเปล่า เช่น เราซื้อปลาการ์ตูนมาคู่นึง แต่มันก็ปลาโรค Oodinium ติดมา ทำให ้ปลาที่เราเลี้ยงอยู่แล้วตายยกตู้ได้ ทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้มองเห็นเจ้าโรคนี้ตอนเอาปลามาใหม่เลย

แพลงตอน จะทำเป็นตารางให้ดูก่อน

relationship between tankmate
ชนิดของสิ่งมีชีวิต มีประโยชน์ต่อกัน เป็นกลาง มีโทษต่อกัน
microscopic ขนาดเล็ก กว่า 1 ซม
A
B
C
macroscopic ขนาดใหญ่ 1 ซม ขึ้นไป
D
E
F

ความสัมพันธ์ระหว่างตู้ที่เรารับได้ ไม่ใช่ แค่ A , B ,D , E แต่ เราเองก็ต้องคำนึงถึง C กับ F ด้วยเช่นกัน เพราะบางทีเราก็ต้องเลือกความสัมพันธ์นี้ มาเพื่อจัดการกับ ศัตรู ของ สิ่งที่เราต้องการเช่น กัน ( เห็นไหมว่า การเลือกเพื่อนร่วมตู้จริงๆ เริ่ม ซับซ้อนกว่าที่คิด )

ขณะเดียวกัน สิ่งที่เราต้องคำนึงถึงขั้นต่อไปคือ สภาพแวดล้อม ของสิ่งมีชีวิตที่เราจะเลือกลงตู้ นั้น สามารถอยู่ในระบบปิดระบบเดียวกัน ได้หรือเปล่า
เพราะบางครั้ง เราชอบที่ปลาผีเสื้อมันคอยกิน aiptasia ให้ ขณะเดียวกัน มันก็ชอบน้ำสะอาดพอสมควร หากเอามาแล้วน้ำไม่สะอาดก็ตาย ดังนั้น อีกปัจจัยนึง
ที่ต้องใช้ความคิดพอควรก็คือ Coral Zonation อันนี้หมายความถึง สภาพแวดล้อมหนึ่ง ๆ ที่เราติดตั้งไว้ และดำรงให้คงอยู่ ใกล้เคียงกับ บริเวณส่วนใด ในแนวปะการังธรรมชาติ และ บริเวณนั้น สามารถมีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยได้บ้าง เรียกว่า ต้องมองย้อนกลับไปดูเรื่องของ ขีดความสามารถในการปรับตัวของสิ่งมีขีวิตแต่ละชนิดอีกด้วย

environmental Tolerance

 

แล้วเราจะเลือกอะไรเป็นTankmate หล่ะ???

จริง ๆ คือ การเลือก นั้น สามารถเลือกได้หลากหลาย การเลือกเพื่อนร่วมตู้ จึงต้องมีจุดเริ่มก่อน จึงต้องมีคำถามตั้งต้นสำหรับผู้เลี้ยงคือ

"อยากเลี้ยงอะไร ??"

คำตอบของคำถามนี้มีความหมายมากต่อการจัดตั้งระบบในครั้งแรก เนื่องจากว่า เราจะต้องเซตระบบหรือ coral zonation ให้สามารถดำรงอยู่ ในจุดตรงนี้
และจะดำรงอยู่อย่างไร ดูแลตรงไหน สภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้น จะเหมาะแก่การเลี้ยงอะไรบ้าง รวมถึง สัตว์หรือพืชหรือจุลินทรีย์อะไรที่จะทำให้เกิดระบบแบบนี้ และดำรงอยู่อย่างนี้ ไปได้เรื่อย ๆ นั่นคือสิ่งสำคัญ หากคำตอบเป็นเพียงแค่ ตู้ทะเล เฉย ๆ มันจะกว้างเกินไปสำหรับการเลือก เราจึงอยากให้ท่านผู้เลี้ยงได้เข้าไปดู
บทความเรื่อง เริ่มเลี้ยงตู้ทะเลอย่างไร เสียก่อน แล้วจะพบว่า มี ตู้ทะเลให้เลี้ยงหลากหลายรูปแบบ คือ

  • ตู้ปลาล้วน Fish only Tank
  • ตู้ปะการังล้วน Coral Tank แยกเป็นตู้ปะการังอ่อน ตู้ ปะการังโครงแข็งโพลิปเล็ก กับ ใหญ่ และแบบผสม
  • ตู้ผสม หรือ Reef Tank

ตู้อื่น ๆ จะเป็นตู้ที่อยู่ในการจัดตั้งพิเศษ จึงไม่ได้เขียนไว้ เช่น

  • ตู้แนวสาหร่ายและหญ้าทะเล
  • ตู้ป่าชายเลน
  • ตู้ชายหาด
  • ตู้แนวน้ำลึก หรือเลี้ยงปลาน้ำลึก
  • ตู้ species Tank ตู้เลี้ยงเฉพาะชนิดพันธุ์พิเศษ
  • ตู้ผสมน้ำจืดและน้ำเค็ม
  • ตู้ไฮเทค
  • ตู้อื่น ๆ

หากจะมองลึก ๆ ลงไป ตู้เหล่านี้ ในแต่ละชนิด ก็ยังมีความแตกต่างกันของแต่ละชนิด เช่นตู้ปลาล้วน เป็นตู้ปลาเดมเซล กับตู้ม้าน้ำ การดูแลก็ต่างกัน การจัดตั้งตู้ก็ต่างกัน หากนักเลี้ยงที่ทำการศึกษามาอย่างดี ก็สามารถจัดตั้งได้ด้วยตัวเองอย่างง่าย หากขาดข้อมูลความรู้ ก็สามารถสอบถามได้ที่เวบบอร์ด ของเรา หรือ ของ Reefthailand หรือ Siam Reef Club ก็ได้ หรือหากท่านใจร้อนอยากได้ตู้เร็ว ๆ ก็ควรให้ผู้เชียวชาญอย่างเรา หรือ ร้านที่มีความเชี่ยวชาญ จัดหาให้ จะได้รับสิ่งที่ดีกว่า

ติดตามหน้าต่อไป วิธีการเลือกเพื่อนร่วมตู้ ที่ดี เริ่มจากอะไร...to be continue

 

อ้างอิง

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ ๓๗ ,ระบบนิเวศน์และความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติและสิ่งมีชีวิต

ภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ , ปฏิสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบในระบบนิเวศน์