Article
ขั้นตอนเซตตู้ปลาทะเลแบบประหยัด

ตู้ปลาทะเล หรือ ตู้ทะเล ตามปกติจะเป็นงานอดิเรกที่ค่อนข้างใช้เงินสิ้นเปลืองในการตั้งต้นเริ่มเลี้ยง เนื่องจากว่า การดูแลระบบตู้เลี้ยงให้ค่อนข้างเสถียรและสมดุลย์ตลอดเวลา จะต้องอาศัยความใหญ่โตของระบบนั้น ๆ ทำให้มีค่าใช้จ่ายด้านต่าง ๆ สูงตาม ต่อมา เมื่อมีความเข้าใจเกี่ยวกับระบบต่าง ๆ มากขึ้น ทำให้พบว่า การตั้งตู้ทะเลให้มีความสิ้นเปลืองงบประมาณน้อยสามารถกระทำได้ และมีการดูแลที่ใช้กำลังกายน้อยกว่า คือการเริ่มด้วยตู้ขนาดที่ไม่ใหญ่เกินไป สามารถดูแลได้ด้วยตัวเองคนเดียว อาจมีการลดทอนความสามารถในการเลี้ยงสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่ต้องการลงไป แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับผู้เริ่มต้นเลี้ยงแต่อย่างใด

ในบทความนี้ ท่านผู้อ่านจึงจะได้พบวิธีการเซตตู้ทะเลขนาดเล็กที่ประหยัด และปลอดภัยต่อสิ่งมีชีวิตในระดับสูง เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีที่เลี้ยงขนาดไม่ใหญ่และต้องการเชยชมความอลังการที่อยู่ในพื้นที่ขนาดเล็ก ด้วยงบประมาณที่ไม่สูงเกินไปนัก

*หมายเหตุ - ราคาที่ลงไว้อาจเปลี่ยนแปลงขึ้นหรือลงได้ตามสภาวะตลาด

เดือนที่ 1
งบประมาณ 550 บาท

สิ่งที่ต้องซื้อ
  • หนังสือตู้ทะเล ของคุณ เมธา หทัยถาวร ราคาเล่มละ 250 บาท
  • ชั่วโมงอินเตอร์เนต ราคา 300 บาท โดยประมาณ


ช่วงเดือนแรก เป็นช่วงสำหรับการหาข้อมูล เพื่อเข้าใจลึกซึ้งถึงระบบการเลี้ยงที่ดี และเป็นการประหยัดเงินสำหรับการลงทุนในอนาคต แต่เนื่องจากข้อมูลภาษาไทย มีจำนวนน้อยเกินไป ผู้เลี้ยงจึงจำเป็นต้องหาข้อมูลจากภาษาต่างชาติผ่านทางการค้นคว้าทางอินเตอร์เนต ส่วนหนังสือตู้ทะเลของคุณเมธานั้น เป็นหนังสือที่อ่านค่อนข้างยากสำหรับผู้เลี้ยงเริ่มต้น แต่ก็แฝงไปด้วยความรู้มากมาย แนะนำให้อ่านก่อน 1 รอบ แล้วจดคำศัพท์บางคำที่ไม่เข้าใจไว้ มาค้นข้อมูลคำศัพท์ในอินเตอร์เนตอีกที แล้วจึงอ่านอีก 2 รอบเพื่อทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ แล้วจึงค่อยมาวางแผนว่าจะทำอย่างไร การอ่านและค้นข้อมูลเป็นสิ่งเบี้องต้นที่จะทำให้ประสบความสำเร็จได้ การถามผู้รู้ก็เช่นกัน เมื่อมีข้อมูลที่ดีแล้ว การจัดเริ่มต้นระบบจะง่ายเข้า และสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ตรงจุดรวดเร็ว ไม่ต้องปล่อยดูสิ่งมีชีวิตที่เลี้ยงตายไปต่อหน้าต่อตา

ข้อมูลที่แนะนำนอกจากหนังสือตู้ทะเลของคุณเมธาแล้ว สามารถค้นจากข้อมูลอีกดังต่อไปนี้

เวปไซต์ของเราเอง
เวปไซต์ Reefthailand
เวปไซต์ชมรม SiamReefClub
Wetwebmedia
Reefkeeping
Advancedaquarists
Reefcentral

ข้อมูลที่จำเป็นต่อการเลี้ยงจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับ ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับน้ำทะเล กระแสน้ำ การบำบัดน้ำและการกรองน้ำทะเลที่เลี้ยงให้สะอาด วิธีการจัดตั้งการกรองหรือระบบ ความเข้ากันได้ของสิ่งมีชีวิต ความต้องการของสิ่งมีชีวิตที่จะเลี้ยง และข้อมูลสำคัญสำหรับความประหยัดคือ หลักการความเข้าใจ และการทำอุปกรณ์การเลี้ยงใช้เองที่บ้าน หรือ DIY นั่นเอง สิ่งนี้จำเป็นมากสำหรับผู้เลี้ยงที่ต้องการเลี้ยงด้วยงบประมาณที่ไม่สูงเกินไป และยังสามารถทำให้ผู้ที่เลี้ยงมีวิชา ความเก่งกาจติดตัวเพิ่มขึ้น

เดือนที่ 2

งบประมาณ 3500 - 8000 บาท

( ขึ้นกับประสิทธิภาพการเลี้ยง , ความยอดเยี่ยมและความสวยงามของตู้และอุปกรณ์ )

สิ่งที่ต้องซื้อ

จำนวน

ราคาโดยประมาณ
ตู้เลี้ยง 24 นิ้ว เจาะรู 35 มม. ด้านข้าง 1 350
ขาตู้เลี้ยง 24 นิ้ว ขาไม้ 1 600
โคมฟลูติดตู้/โคมไฟเมทัลเฮไลด์พร้อมพัดลม 1 1000/3000
ตู้ 20 นิ้ว 1 200
ข้อต่อท่อน้ำเกลียวนอก/ในขนาด1นิ้ว 1 ชุด 20
ข้อต่อท่อน้ำ 1 นิ้ว 90 องศา 3 ตัว 30
ข้อต่อท่อน้ำ 4 หุน 90 องศา 5 ตัว 50
ข้อต่อเกลียวนอก 4 หุน 1 ตัว 10
ข้อต่อท่อน้ำเกลียวนอก4หุนกับหัวปั๊ม 1 ตัว 10
ท่อน้ำ 1 นิ้ว 2 เมตร 40
ท่อน้ำ 4 หุน 2 เมตร 30
กาวซิลิโคนยาตู้ปลา 1 หลอด 120
น้ำทะเลหรือเกลือทำน้ำทะเล 150 ลิตร/5 ถุง 225/325
หินน้ำตกทรงตันก้อนใหญ่ 5 กก 1 ก้อน 50
หินเป็น 5 ก้อน 600
ทรายทะเล 30 กก 400
สกิมเมอร์ ขวดเป็ปซี่หัวไม้ฟู่พร้อมปั๊มลม/ สกิมเมอร์ jebo 1 220/800
ปั๊มน้ำในตู้ sonic 2500 (ใช้ตัวเดียวถ้าใช้สกิมเมอร์เป็นขวดเป็ปซี่) 1/2 220/440
หัวเชื้อแบคทีเรีย 1 ขวดเล็ก 50
ที่วัดความเค็มหรือไฮโดรมิเตอร์ 1 อัน 250
รวม   4475-7375

หากท่านใช้ตู้ 24 นิ้วกรองข้าง ฝาไฟครบชุด ขาไม้ ไม่มีตู้กรองล่างท่านสามารถลดรายจ่ายได้อีก ราว เกือบ 500 บาทรวมแล้วรายจ่ายเดือนนี้อยู่ประมาณ 4000 บาท แต่ท่านจะต้องแลกกับการดูแลที่ลำบากขึ้นอีก รวมทั้งสิ่งมีชีวิตที่จะเลี้ยงก็ลดน้อยลง

โคมไฟเมทัลเฮไลด์ขนาด 150 วัตต์พร้อมหลอดบลูจะให้สีสวยและงามกว่าหลอดฟลูออเรสเซนต์มาก ทำให้ท่านสามารถเลี้ยงสิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้นพร้อมกับความสวยงาม ขณะที่ต้องใช้พัดลมช่วยระบายอากาศเพิ่มขึ้น

เดือนที่สอง เป็นเดือนแห่งการเริ่มต้นเซตระบบ ช่วงนี้ยังไม่มีความจำเป็นของการลงสิ่งมีชีวิต เพราะเราต้องรอแบคทีเรียให้มีปริมาณมากพอที่จะรับของเสียจากสิ่งมีชีวิตเสียก่อน

เริ่มต้นจาก ตีเกลือกับน้ำจืดทิ้งไว้ พร้อมวัดความเค็มให้ได้ราว 32 หรือ 1.022 ทิ้วไว้พร้อมเปิดหัวทราย ต่อมาจึงมา ตั้งตู้ตามแบบที่เราต้องการ แล้ววางหินก้อนใหญ่บนเศษโฟม เพื่อช่วยลดความเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและกันตู้แตก ถมทรายให้หนาประมาณ 4 นิ้ว จัดวางหินเป็นในแนวที่ต้องการ แล้วเติมน้ำทะเลที่ตีแล้วลงไป เปิดปั๊มใส่หัวเชื้อแบคทีเรียลงไป พร้อมเศษกุ้งหรือเศษเนื้อชิ้นเล็ก ๆ ไม่จำเป็นต้องเปิดสกิมเมอร์ ไม่ต้องเปิดไฟเพราะช่วงนี้จะมีธาตุอาหารจากการย่อยสลายสูงมาก ทำให้ตะไคร่ขึ้นง่าย รอจนกว่าน้ำจะใสประมาณ 2 สัปดาห์ เปิดไฟหลังสัปดาห์ที่สองของเดือนเพื่อให้เกิดตะไคร่ แล้วรอจนตะไคร่ลดเพราะมีตัวแมลงเกิดออกมากินตะไคร่ แล้วปิดไฟทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันสาหร่ายเส้นขน แล้วจึงเปลี่ยนน้ำ 50 % ก่อน ค่อยนำสิ่งมีชีวิตมาลงตู้ต่อไป

เดือนที่ 3

เดือนที่เริ่มลงสิ่งมีชีวิตเพียงเล็กน้อย

งบประมาณ เพิ่มเติม

สิ่งที่ต้องซื้อเพิ่มเติม
จำนวน
ราคา
หลอดไฟ (สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ซื้อหลอดไฟในเดือนก่อน ) แพลงตอนมีขายโคมdiy PC กับ MH พร้อมหลอด
1

PC 1500
MH 3500

ที่เติมน้ำหยด / ทำเองจากขวดน้ำ หรือ ซื้อของ Kent (แพลงตอนมีจำหน่ายไปพร้อมกับโคมเรียบร้อยแล้ว)
1
0 - 700
พัดลมระบายอากาศ แนะใช้พัดลมคอมพิวเตอร์ 1-2 ตัว (แพลงตอนมีให้ในโคมแล้ว)
1-2
150-350
ผงแคลเซียมหรือผลแคลเซียมไฮดรอกไซด์
250 กรัม
50
ไบโอบอล
1 ถุง
100
ขวดเป็ปซี่ต่อกันสำหรับเป็นกรอง หรือท่อ PVC 4 นิ้ว 2 ฟุต
1
0/100
ลูกยางสำหรับดูดตะกอน
1
35
ใยแก้วกรองน้ำ ถุงใหญ่
1
30-90
อาหารปลา/ปะการัง
1
250-450
รวม
615-5375


ส่วนงบประมาณอื่น ขึ้นกับความพอใจที่จะซื้อสิ่งที่ชอบมาเลี้ยง

สิ่งมีชีวิตต้องการแสงสว่าง ขณะที่น้ำทะเลต้องการแสงสว่างมากเพื่อการบำบัดน้ำด้วยรวมถึงเพื่อให้สิ่งมีชีวิตเจริญเติบโตดี ดังนั้น เราจึงเลือกใช้หลอดประหยัดไฟชนิดทอร์นาโดขั้วเกลียว daylight 6200 - 6500 K 20-25 วัตต์ 2 หลอด แล้วใส่ reflector ที่ทำเองได้ พร้อมกับหลอดสีฟ้าซึ่งมีขายทั่วไป อีก 2 หลอด หรือถ้าจะให้ดีก็เลือกหลอด Metal Halide เมทัลฮาไลด์ไปเลยก็ได้ และควรมีพัดลมเพื่อลดอุณหภูมิ ขณะที่เดือนก่อนเราเร่งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียจึงไม่จำเป็นต้องใช้พัดลม ถ้าเราใช้หลอดเมทัลฮาไลด์ จะต้องมีพัดลมอีกตัวคอยช่วยเป่าอากาศรอบหลอดด้วยเพราะร้อนมาก

ตอนนี้จึงถึงเวลาที่จะเปิดทั้งพัดลม หลอดไฟให้แสงสว่าง และ สกิมเมอร์ แล้ว

สิ่งมีชีวิตที่จะลงในช่วงนี้ เราจะได้ศึกษามาก่อนตั้งแต่เดือนแรกแล้วว่าเราต้องการเลี้ยงชนิดไหนจริง ๆ ชนิดไหนมีความต้องการอย่างไร และเข้ากันได้กับชนิดไหนบ้าง เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วเราจึงเลือกสิ่งมีชีวิตที่เหมาะกับตู้เรามาลง ด้วยว่าเราไม่จำเป็นต้องซื้อสิ่งมีชีวิตทุกชนิดเพียงแค่เราสุขใจและชอบก็เพียงพอแล้ว

ขณะที่ลงสิ่งมีชีวิตเริ่มแรก เราจะพบว่า จะเกิดปัญหาตะไคร่ขึ้นมาอีก เพราะมีของเสีย มูลขับถ่าย หรือ ซากของสิ่งมีชีวิต เราจึงจำเป็นต้องมีการ "รอ" เพื่อให้เกิดสัตว์กินตะไคร่ ซึ่งก็คือแมลงเล็ก ๆ ในตู้ที่เราเรียกว่า "พอด Pod" นั่นเอง เมื่อตะไคร่ลดลงแล้ว เราจึงสามารถนำสิ่งมีชีวิตตัวต่อไปเข้ามาเลี้ยงได้อีก เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า ตะไคร่จะไม่สามารถขึ้นได้ จะเกิดสาหร่ายเส้นขน ซึ่งเป็นตัวปัญหามาแทน ตรงนี้ เราจะต้องมีการดูแลที่ดีโดยการเด็ดสาหร่ายบ่อย ๆ รวมถึงหาวิธีอื่น เช่นสัตว์กินตะกอน สัตว์กินตะไตร่ สัตว์กินสาหร่าย มาใช้เพิ่ม

หลักการให้อาหารคือ ให้แต่น้อย พอกินหมด แล้วจึงให้ใหม่ทีละน้อย ไม่ให้เศษอาหารตกค้างเหลือในตู้ปลา

ขณะที่เลี้ยงไป น้ำทะเลจะเกิดการระเหยอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราใชัพัดลมเป็นตัวเป่า ดังนั้น เราจะต้องมีการเติมน้ำจืดทดแทนเข้าไป แหล่งน้ำจืดที่หาง่ายคือน้ำประปา แต่ว่าน้ำประปาจะมีความไม่บริสุทธิ์ รวมทั้งมีปริมาณสารอาหารเยอะไปจนสาหร่ายขนแมวขึ้นง่าย จึงควรนำน้ำที่บริสุทธิ์ และควรละลาย ผงแคลเซียมลงในน้ำก่อนใช้ เพื่อให้เกิดน้ำปูนใส ( Kalkwasser ) แล้วรอตกตะกอน นำน้ำใส ๆ ที่ได้มาใส่แทนน้ำจืดได้เลย โดยการค่อย ๆ หยดลงอย่างช้า ๆ เพื่อให้เกิดการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตได้ และไม่เกิดผลกระทบต่อปัญหาค่าเคมีของน้ำเปลี่ยนไป

สิ่งมีชีวิตที่เลี้ยงได้ในช่วงแรก ควรเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความอดทนสูงและมีปริมาณของเสียไม่เยอะ ( ถ้าหากวางแผนที่จะเลี้ยงแล้ว ) เมื่อเวลาเกิดปัญหาจะได้ไม่ตาย สิ่งมีชีวิตเหล่านี้เช่น

กลุ่มจำพวกปลา

  • ปลาเดมเซล Damsiel fish
  • ปลาตะกรับ Chromis
  • ปลาโกบี้ Goby
  • กลุ่มปลาปักเป้า Puffer , Box fish
  • กลุ่มปลากระพง Snapper , Basslet
  • ปลาวัว Trigger fish
  • ควรหลีกเลี่ยง ปลาการ์ตูน ปลาผีเสื้อ ปลาแองเจิ้ลแคระ ม้าน้ำ ปลาแก้ว (นกขุนทอง) ปลาสิงโต ปลาไหลฯลฯ


กลุ่มจำพวกสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง

  • กุ้งขนาดเล็ก
  • ปูเสฉวน
  • หอยฝาเดียว เช่น หอยเทอร์โบ(หอยนมสาว) หอยเบี้ย
  • หนอนดอกไม้ ( Feather Worm)
  • ควรหลีกเลี่ยง เม่นทะเล ปลิงทะเล ฟองน้ำ แอนนีโมน ทากทะเล ปลาหมึก ในขณะนี้


กลุ่มปะการัง

  • ปะการังสมองปิด Favia ,Favite (ขณะนี้กฏหมายยังไม่เปิดโอกาสให้เลี้ยง)
  • ปะการังซาละเปา Cynarina sp. (ขณะนี้กฏหมายยังไม่เปิดโอกาสให้เลี้ยง)
  • สตาร์โพลิป Star Polyp (เลี้ยงได้ไม่ผิดกฏหมาย)
  • ปะการังอ่อน นิ้ว หนัง Sinularia , Sarcophyton (ขณะนี้กฏหมายยังไม่เปิดโอกาสให้เลี้ยง)
  • กระดุม Zoanthids (เลี้ยงได้ไม่ผิดกฏหมาย)
  • ควรหลีกเลี่ยงปะการังโพลิปใหญ่ที่คายเมือกเยอะ อย่างเช่น ปะการังลูกโป่ง Pleorogyra ปะการังหินเขียว Goniopora ปะการังแกแล็คซี่ Galaxea , ปะการังไข่ปลาหมึก Catalaphyllia , ปะการังแฮมเมอร์ หละเกรป ( Euphyllia ) ฯลฯ (ขณะนี้กฏหมายยังไม่เปิดโอกาสให้เลี้ยง)
  • ควรหลีกเลี่ยงปะการังที่ต้องกินอาหารและไม่สังเคราะห์แสงเช่น ช่อสี Scleronepthia กะหล่ำ Dendroneptheia กัลปังหา ( Gorgonians ) , โกลพโพลิป ( Clove Polyp ) เห็ดติดหิน ( Corallimorph )
  • ควรหลีกเลี่ยงปะการังที่มีโพลิปเล็กและเป็นกิ่งอย่างปะการังเขากวาง (Acropora sp.) ปะการังแมว (Pocillopora sp.) เป็นต้น จนกว่าท่านจะสามารถสังเกตเห็น สาหร่ายหินปูนสีชมพูแดงม่วง ( Coralline algae ) เสียก่อน เพราะปะการังพวกนี้อ่อนแอมาก (ขณะนี้กฏหมายยังไม่เปิดโอกาสให้เลี้ยง)

เดือนที่ 4 - 6

เดือนนี้ระบบ เริ่มอยู่ตัวดีขึ้น ถ้าสามารถ ดูแลรักษาได้ดี จะสามารถเลี้ยงสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ได้อีกหลายชนิด แต่ถ้าดูแลรักษาไม่ดีจะสังเกตได้ว่าตู้โทรมลง ๆ ถ้าเป็นแบบหลังก็ควรจัดการดูดตะกอนเปลี่ยนน้ำเสียใหม่ แล้วเด็ดสาหร่ายคุมการให้อาหารดี ๆ

การดูแลรักษาทั่วๆ ไป เป็นดังนี้

การดูแลทุกวัน
  • ให้อาหารปลาทุกวัน
  • เติมน้ำจืดหรือ น้ำปูนใส ทดแทนน้ำที่ระเหย

การดูแลทุก 2 - 3 วัน

  • เปลี่ยนใยแก้วใหม่ หรือ ล้างใยแก้วเก่า
  • ให้อาหารน้ำปะการัง
  • เช็คค่าความเค็มน้ำ
  • ขัดตะไคร่ เด็ดสาหร่ายที่ขึ้น
  • เติมแร่ธาตุ

การดูแลทุกสัปดาห์

  • ขัดล้างสกิมเมอร์
  • เติมแร่ธาตุ
  • เป่าตะกอนออกจากหินและปะการัง
  • เช็ดขี้เกลือออกจากโคมหลอดไฟ
  • เปลี่ยนน้ำ 20 %
  • ดูแลการทำงานปั๊มน้ำ ปั๊มลม อุปกรณ์ อื่น ๆ

การดูแลทุกเดือน

  • เปลี่ยนน้ำ 30%
  • ดูดตะกอน จากพื้นทราย

การดูแลอื่น ๆ

  • เปลี่ยนหลอดฟลูออเรสเซนต์ทุก 3 - 5 เดือน
  • เปลี่ยนหลอดเมทัลฮาไลด์ทุก 6 เดือน - 1 ปี
  • เช็ดขี้เกลือที่เกาะพัดลม

สิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่สามารถเลี้ยงได้เพิ่มขึ้น

กลุ่มปลา
แองเจิลแคระ Pygmy Angel , Centropyge family
การ์ตูน Clown Fish
ปลาไหล Eel , Morey
ปลานกขุนทอง Wrasse
ปลาคาร์ดินัล Cardinals
ปลาไฟล์ฟิช Dartfish , firefish
ปลาเบลนนี่ Blenny
ปลาแมนดาริน Mandarin , Dragonets (กินแต่พอด กรุณาดูปริมาณพอดด้วย)
ม้าน้ำ Sea horse and Pipe fish
ปลากระต่าย Rabbit fish , Fox face
ปลาแท้งขนาดเล็ก ๆ Zebrasoma tang
ปลาทอง Anthias ( กินอาหารทีละน้อยแต่บ่อย ต้องให้บ่อย ๆ วันละ 4 - 5 ครั้งขึ้นไป ไม่งั้นจะตายได้)
ปลา Dottyback ( Pseudochromis )
ปลาอื่น ๆ

กลุ่มสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง
เม่นทะเล (เหมาะกับตู้มีตะไคร่สาหร่ายเยอะ)
หอยบิน flame scalloop
หนอนฉัตร Christmas tree worm
ฟองน้ำ และ Tunicate ( เลี้ยงยากมาก กินอาหารโดยกรองน้ำ หาที่เหมาะ ๆ ถึงจะอยู่รอดได้ )
แส้ทะเล และ แอนนีโมน ( มีเมือกเยอะ ต้องคอยดูแลสกิมเมอร์ดี ๆ )
หอยสองฝาหลายชนิด ( หอยมือเสือมือแมวชอบแสงแรง ๆ ต้องหลอดเมทัลฮาไลด์เท่านั้น )

กลุ่มปะการัง
กลุ่มปะการังโครงแข็งโพลิปใหญ่
กลุ่มปะการังโครงแข็งโพลิปเล็ก
กลุ่มปะการังอ่อนทั่วไป
เห็ดติดหิน Corallimorph ( ไม่ผิดกฏหมาย )
โกรพโพลิป Clove Polyp ( ไม่ผิดกฏหมาย )
ออร์แกนไปป์ Organ Pipe ( ไม่ผิดกฏหมาย )
ปะการังซีเนียร์ Xenia



ปลาและปะการังที่ควรหลีกเลี่ยงในระบบขนาดเล็กหรือระบบทั่วไปด้วย

ปลา
ปลาแท้งหรือขี้ตังเป็ดขนาดใหญ่ Acanthurus และ Zebrasoma
ปลาแองเจิ้ลใหญ่ Angels ( Pomacanthus sp.)
ปลาผีเสื้อ Butterfly fish ( Chaetodon sp.)
ปลาที่กินอาหารยาก ๆ

ปะการัง
กัลปังหา Gorgonian ยกเว้น กัลปังหาสังเคราะห์แสง ( Pseudogorgia sp บางชนิด.) กินแต่แพลงตอน
ช่อสี Scleronephtheia ยกเว้น ช่อสีสังเคราะห์ ( ์Nephtheidae ) กินแต่แพลงตอน
กะหล่ำ Dendronephtheia กินแต่แพลงตอน
ไข่ปลาหมึก ( Catalaphyllia sp.) มีหนวดพิษยาว และ มักไม่รอดในระยะยาว
หินเขียว Goniopora sp. เกือบทั้งหมดไม่รอดในระยะยาว

สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง
แมงกะพรุน มักมีอาการฟองอากาศติดในตัว ติดเชื้อโรคง่าย
ปลาหมึก ต้องการที่ว่ายมาก และปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงยาก
ดาวขนนก ต้องการน้ำเย็น แพลงตอนที่มีชีวิตเท่านั้น และชอบกินโรติเฟอร์ที่มีแคลเซ๊ยมสูง
ไฮดรอยด์ มีวงจรชีวิตสั้น สักพักก็จะสลายตัว