Article

Reef Myth
จิตสำนึกความรับผิดชอบของผู้เลี้ยงตู้ทะเล

อ่า วันนี้เปิดตัวมาด้วยเรื่องเครียดเล็กน้อย ด้วยความหวังดีเลยเขียนเอาไว้สำหรับนักเลี้ยง
รุ่นใหม่และรุ่นเก่าทั้งหมดที่เข้ามาสู่วงการครับ

ก่อนอื่นจะขอเล่าประสบการณ์ส่วนตัวครับ อันว่าตัวข้าพเจ้า Plankton เองนี้ ได้ผ่านร้อน
ผ่านหนาว มาตั้ง 30 ปี ผ่านการเรียนรู้ ผ่านความผิดพลาด ผ่านการอกหัก ( อะ ๆ เศร้า )
มาแล้ว ก็อยากนำสิ่งที่อยู่ในใจมาเล่าเผยแพร่ กันให้ทุกท่านได้ฟัง

ผมเองเป็นคนที่เลี้ยงอะไร ๆ เกี่ยวกับ "ทะเล" มาตั้งแต่อายุ 4 ขวบได้แล้วครับ เริ่มจาก
จับปูลมแถวชายหาดบางแสนนั่นแหละ ที่ไม่น่าแปลกใจเลย ก็คือ สิ่งที่เลี้ยงมาทั้งหมดตั้งแต่
เล็ก ๆ นั้น "ตาย" แล้ว "ตาย" อีก จนคนอื่นก็บ่นด่ากันว่า ไปทำลายชีวิตเขาทำไม

แต่ด้วยความชอบ ก็ไม่เข็ดที่จะลองเอามาอีกเรื่อย ๆ ทั้งจับปูลม ปูเสฉวนเองจากธรรมชาติ
ตั้งแต่ในยามเด็ก หรือ ซื้อที่เขามาขายตาม ร.ร. เด็กประถมก็ตาม จนได้มามี "ตู้ปลาทะเล"
ของแท้อันแรกก็ตั้งแต่สมัยเรียน ป.4 ด้วยความตื่นตาจากหนังสือ อะแควเรียม ด้วยว่า สมัยนั้น
วิทยาการยังไม่ก้าวหน้านัก ความรู้ที่หาได้มีแวดวงจำกัด และอุปกรณ์ก็มีราคาแพงเมื่อเทียบกัน
กับสิ่งอื่น สิ่งที่ผมสมัยเด็ก ๆ เลือกก็คือ "ประหยัดเงินให้กับพ่อแม่" มากที่สุด โดยการแสวงหา
ความรู้จากการถามพ่อค้า และ หนังสือที่มีอยู่อย่างจำกัด แน่นอน มันลงเอยด้วยความสูญเสีย

หลังจากนั้นผมก็เลี้ยง ๆ เลิก ๆ มาอีกหลายครั้ง และมีความเชื่อฝังใจว่า "ปลาทะเลเลี้ยงไม่รอด"
มาตลอด จนมีโอกาสไปเดินซันเดย์ และเห็นหนังสือตู้ทะเลของ คุณเมธา ด้วยความชอบที่จะเลี้ยง
เป็นทุนเดิมจึงซื้อมาอ่านดู หนังสือเล่มนั้นอธิบายถึงการดูแลคุณภาพน้ำเพื่อการเลี้ยงตู้ทะเลแนว
ปะการังเสียส่วนใหญ่ สิ่งที่ได้จากหนังสือ ทำให้ผมเริ่มคิดใหม่ว่า "หากปะการังอยู่ในน้ำดี ๆ แบบนี้ได้
แล้วมีหรือ ที่ปลาทะเลมันจะอยู่ไม่ได้" และ คิดต่อว่า "หากเราอยากเลี้ยงปลาตระกูลกินปะการังอย่าง
ปลาเอมเพอเรอร์ หรือ ปลาผีเสื้อ เราก็ควรจะเพาะปะการังให้มันกิน"

โชคยังดีที่สมัยนั้น อินเตอร์เนต เริ่มมี www. แล้ว ผมจึงลองเข้าไปสืบค้นข้อมูลดู ผลปรากฏว่า ข้อมูล
ภาษาไทยในสมัยนั้น หาได้ยากมากถึงมากที่สุด แต่มีข้อมูลภาษาอังกฤษเต็มไปหมด ผมจึงเริ่มทำการ
ศึกษาจากข้อมูลภาษาอังกฤษ ก่อน และมีความคิดที่ว่า "อุปกรณ์การเลี้ยงก็มาจากคนทำ และคนจะทำ
อุปกรณ์การเลี้ยงได้ ก็มาจากพื้นฐาน ดังนั้น เราก็สามารถทำอุปกรณ์การเลี้ยงที่แสนแพงได้หากเรารู้
พื้นฐาน ของสิ่งที่เราจะทำ" และความคิดกับการศึกษาจากอินเตอร์เนต นี้เอง ทำให้เป็นที่มาของ
ความคิดการ "เลี้ยงตู้ทะเลแนวประหยัด" ก็ได้บังเกิดขึ้น เพื่อพัฒนาต่อยอดออกมาให้เป็น "ฟาร์มเพาะ
ปะการังเพื่อให้เลี้ยงปลาผีเสื้อ กับ ปลาแองเจิ้ล รอดดี ๆ"

ต่อมา ยุคสมัยเริ่มมีข้อมูลข่าวสารทางอินเตอร์เนตมากขึ้น ทำให้ได้รู้จักเวปดี ๆ ที่มีคุณ วิน Apercula
สร้างขึ้นมา ก็คือ ThaiReef.com และสังคมการเลี้ยงตู้ทะเลของไทยก็ขยายตัวตั้งแต่นั้นมา แม้ในขณะนี้
เวป ThaiReef นั้นไม่สำคัญนัก เพราะหากเรามองดูทั้งหมด แล้ว จะพบว่า
มนุษย์เราทุกคน เป็นผู้ทำลายธรรมชาติ ด้วยกันทั้งหมด ไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม
ยกตัวอย่างเช่น

Thaireef.com จะปิดและกลายเป็นตำนานไปแล้ว ก็ตาม แต่วงการเลี้ยงตู้ทะเลของไทย ก็เติบโตขึ้น

กลับมาที่ประสบการณ์ การเลี้ยงต่อ แรกจากตั้งตู้ เช่นเดิม ผมมีเงินไม่มาก จึงเลือกใช้เกลือทะเลราคา
ประหยัดเข้าว่า ผลปรากฏคือ ปลาที่เลี้ยงจำนวนมาก ตายลง ทำให้ความมั่นใจการเลี้ยงลดถอยลงมาก
ต่อมาก็เกิดแนวความคิดว่า "หากน้ำที่ใช้มันไม่ดี เป็นสาเหตุของการตายหล่ะ? " คำตอบก็คือ ต้องหาน้ำ
ดี ๆ ที่เหมาะสมมา ตอนนั้นคิดไม่ออกว่า น้ำดีที่ว่า ก็คือ เกลือทำน้ำทะเลของนอก หรือไม่ก็ น้ำทะเลแท้
ผมจึงเลือกน้ำทะเลแท้ ด้วยความคิดว่า แร่ธาตุน้ำทะเลแท้ อย่างไรก็มีอัตราส่วนดีกว่าเกลือ แถมราคาถูก
กว่ามาก เสียแค่มันหนักเท่านั้น ตอนนั้น ผมตัดสินใจละทิ้งความสบายของตัวเอง ยอมแบกน้ำทะเล ถัง
ละ 20 ลิตร ขึ้นบนตึก 4 ชั้น ครั้งละ 2 ถัง เล่นเอากล้ามขึ้นพอควร แต่ก็คุ้ม เพราะผลที่ได้เปลี่ยนจากหน้ามือ
เป็นหลังมือทีเดียว

แต่จนแล้วจนรอด การเลี้ยงของผม ก็ประสบปัญหาต่าง ๆ เช่น ตู้แตก ตู้รั่ว ปลากัดกันตาย คนเลี้ยงไม่สบาย
หายป่วยแล้วตู้ล่มทั้งตู้ ก็พยายามหาวิธีแก้ไข และวิธีป้องกันมาเรื่อย ๆ จนเป็นตู้ และ ฟาร์ม Plankton Farm
ในขณะนี้

จากที่ได้อ่านประวัติการเลี้ยงของผม จะเห็นได้ว่า ผมเอง ก็เป็นผู้ทำลายธรรมชาติ คนหนึ่งเหมือนกัน และ
เป็นที่อยากให้รู้ว่า นักเลี้ยงตู้ทะเล ไม่ว่าจะก้าวเข้ามาใหม่ หรือ ก้าวมานานแล้ว ก็มีโอกาสเป็นผู้ทำลายธรรม
ชาติเช่นกัน เรื่องน

  • การเดินทาง ที่ต้องใช้น้ำมัน - น้ำ มันเป็นเชื้อเพลิงจากฟอสซิล การเผาผลาญเชื้อเพลิง ทำให้เกิด
    ความร้อนและ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และยังเป็นตัว
    การทำให้โลกร้อนขึ้น จน เกิดเป็นภาวะ ภัยภิบัติต่าง ๆ ทั้ง น้ำท่วม เอลนิโญ ลานินา ทำให้เกิดมรสุมถล่ม
    แนวปะการัง ทำให้น้ำแข็งขั้วโลก ละลาย
  • การใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน และภาคอุตสาหกรรม - ทุกท่านก็ต้องเปิดไฟ เปิดแอร์ เปิดพัดลม
    หรือใช้สิ่งของที่มาจาก การผลิตโดยอุตสาหกรรม ซึ่งต้องใช้ไฟฟ้าในการเดินเครื่องจักร ถามว่า ไฟฟ้า
    เหล่านี้มากจากสิ่งใด และ ไฟฟ้าที่ใช้ เปลี่ยนเป็นอะไร ไฟฟ้าเหล่านี้มาจากทั้งเชื้อเพลิงฟอสซิล น้ำมัน
    ถ่านหิน ซึ่งก็เป็นสาเหตุทำให้โลกร้อน หรือการใช้ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ก็ทำให้เกิดความร้อนจนต้อง
    มีระบบถ่ายเทความร้อนที่ดีเช่นกัน ส่วนไฟฟ้าที่ท่านใช้ นั้น หากพิจารณาให้ดี ไม่ใช่ 100% ของไฟฟ้าที่ใช้จะเปลี่ยนเป็นความเย็นจากแอร์ทั้งหมด มีเพียงแค่บางส่วนเท่านั้นที่ เปลี่ยนเป็นพลังงานกล
    ส่วนที่เหลือก็เปลี่ยนเป็นความร้อนทำให้โลกร้อนขึ้นอีก
  • การบริโภคอาหาร รวมถึงภาคเกษตรกรรม ทำให้เกิดขยะ และ ของเสียจากครัวเรือน ขยะเหล่านี้ ย่อยสลายไปย่อมได้ ผลพลอยได้ เป็นสารอินทรีย์ และ มลพิษ หรือ บางส่วนก็สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ แต่นิสัยมนุษย์ นั้นจะทิ้งขยะ ปล่อย น้ำเสียลงแม่น้ำลำคลอง ออกสู่ทะเล สารอินทรีย์และไนโตรเจน ฟอสฟอรัส
    จากมนุษย์ในเมือง ทำให้แนวปะการังที่มีอยู่ เดิม ถูกปกคลุมด้วย ตะไคร่สาหร่าย กลายเป็นแนวปะการัง
    เสื่อมโทรม และกลายเป็นโขดหินในที่สุด
  • การตัดไม้ทำลายป่าก็เช่นกัน หากท่านใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ราคาถูก ผู้ผลิตจะต้อง
    จัดหาไม้เถื่อน มาเพื่อ ให้ราคาต้นทุนถูกจนได้กำไรมากๆ ดังนั้น ย่อมไม่พ้นจากการลักลอบ หรือ
    ไม่ลักลอบตัดก็ตามแต่ เมื่อสูญเสียป่าไม้ไป ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สาเหตุโลกร้อนก็เพิ่มขึ้น น้ำป่าทะลักพา
    ของเสียลงทะเลเร็วขึ้น แนวปะการังก็เสื่อมโทรมเร็วขึ้น เช่นกัน
  • การท่องเที่ยวดำน้ำ ถามจริงๆ ว่ามีใครที่ไปเที่ยวทะเลแล้วไม่เคยจับปูหรือ ดำน้ำแล้วไม่เคยสัมผัสปะการัง
    เลย คิดว่าหาได้ ยากมาก ๆ และการกระทำของนักท่องเที่ยวเหล่านี้ ก็เป็นสาเหตุสำคัญของการทำลาย
    แนวปะการังเช่นกัน
    ยังมีอื่น ๆ อีก แต่ไม่ได้สาธยายเอาไว้
    ดังนั้น หากมองว่า ปลาทะเล หรือปะการัง ที่ถูกจับขึ้นมาจากธรรมชาติ เพื่อเลี้ยงสวยงาม จะเป็นการทำลายหลัก ๆ ของ
    ทรัพยากรธรรมชาติ ก็ต้องลองคิดใหม่ว่า การกระทำเช่นนี้ แม้เห็นผลโดยตรง แต่ถ้าเทียบเป็นอัตราส่วนของการทำลาย
    แล้ว มากกว่าหรือน้อยกว่า ที่มวลมนุษยชาติกำลังกระทำอยู่

หากท่านเป็นนักอนุรักษ์ ท่านย่อมจะบอกว่า เพียงแค่เราลดการใช้ทรัพยากร 1 คน ต่างคนต่างช่วยลด ก็จะช่วยได้
แต่ในความ เป็นจริง มีคนจำนวนน้อยมาก ๆ ที่ลดการเปิดแอร์ ลดการเดินทาง ลดการใช้ไฟฟ้าลงได้เป็นผลสำเร็จ
จนเหลือ 0 เราสามารถดู ได้จาก อัตราการนำเข้าพลังงานของประเทศทุกประเทศ จะพบว่า สูงขึ้นทุกวัน ๆ เรียกว่า
ท่านนักอนุรักษ์แก้ไม่ตรงจุด ขณะที่การ เลี้ยงตู้ทะเล ก็มีการขยายตัวของตลาดเพิ่มขึ้นทุกวัน ๆ จนเกินกว่าที่คำพูดของคน
หรือ บุคคลกลุ่มใด ๆ จะทัดทานได้ แม้จะออก กฏหมายเพื่อทำการบังคับ ก็จะเป็นเฉกเช่น ยาเสพติด ที่แม้แต่มีกฏหมายคุม
ก็ไม่เคยหมดไปจากโลกเสียที แต่ขณะนี้ ผมก็มีความ ยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่มีนักอนุรักษ์หลายท่าน มีแนวคิดใหม่ คือเรื่องของ
การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน นั่นคือ การอนุรักษ์ รักษา ควบคู่ไป กับการใช้ประโยชน์ของทรัพยากร

แล้วนักเลี้ยงตู้ทะเลจะมีส่วนช่วยรับผิดชอบอย่างไรบ้าง

ก่อนอื่นขอให้ดูผลกระทบของการเลี้ยงตู้ทะเลต่อสิ่งแวดล้อมก่อน

ตู้ทะเลที่เลี้ยง มีการนำสัตว์ทะเล หิน ปะการัง ปลาขึ้นมาจากทะเลทางตรง
ปลาและสัตว์ทะเลบางส่วน ตาย จากการขนส่ง และการพักรักษาที่ไม่มีคุณภาพ
และอีกบางส่วนตายที่ผู้เลี้ยง ทั้งจากขาดประสบการณ์ ขาดการเอาใจใส่ หรือ ตาย
เพราะการขนส่ง การพักที่ร้านไม่ดี

ตู้ทะเลมีการเปลี่ยนน้ำ ซึ่งเป็นน้ำเกลือ หากเป็นพื้นที่ห่างไกลทะเล การมีเกลือเพิ่ม
ขึ้นมา ก็อาจมีผลกระทบต่อผืนดินบริเวณนั้น
ไอเกลือจากการเลี้ยงตู้ทะเล กัดกร่อนโลหะ ที่บ้าน
ภาระความสิ้นเปลืองพลังงาน เช่นจากปั๊มน้ำ หลอดไฟ เครื่องทำความเย็น
เศษตะกอนจากการล้างตู้ เป็นปุ๋ยอย่างดีให้กับพื้นดิน
เศษใยแก้วเศษปะการัง เศษหินที่ใช้แล้ว หาที่ทิ้งหรือเก็บรักษา
อื่น ๆ
สิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่เกิดคู่กับการเลี้ยงตู้ทะเล ที่นักเลี้ยงตู้ทะเลทุกคนต้องทำใจเจอ
แต่ไม่ได้หมายความว่า สิ่งเหล่านี้จะเป็นการทำลายธรรมชาติ ทั้ง 100% เสมอไป

เราสามารถลดการทำลายธรรมชาติ รวมถึงการสร้างธรรมชาติ ควบคู่กับการอยู่รอดของ
มนุษยชาติได้ดังนี้

1. ลดการนำสัตว์ หรือ สิ่งของจากธรรมชาติมาใช้ ( ดังเช่นที่พวกนักอนุรักษ์ชอบพูดกัน )
แต่เรามีวิธีการที่แตกต่าง นั่นก็คือ การทำสิ่งทดแทน ได้แก่ การสนับสนุนโครงการเพาะ
เลี้ยงปลาและปะการังสวยงาม
ทั้งในรูปของการซื้อสินค้า และบริจาค หรือ ร่วมทุน
หรือร่วมแรง
หรืออื่น ๆ (เป็นโครงการที่ทาง Plankton Reeftech กำลังดำเนินการอยู่
สนใจเข้าร่วมสามารถติดต่อได้ ที่ผู้เขียนโดยตรงผ่านทาง บอร์ด ได้เลยครับ )

นอกจากสนับสนุนสินค้าแล้ว นักเลี้ยงก็ยังสามารถเป็นผู้เพาะพันธุ์เองเพื่อนำมาแลกเปลี่ยน
กันเอง สนับสนุนของเพื่อน ๆ นอกจากลดการทำลายธรรมชาติแล้ว ยังได้สิ่งมีชีวิตที่ผ่าน
การปรับตัวได้เป็นอย่างดี มีโอกาสสูญเสียในตู้น้อย แม้บางทีราคาแพงกว่า แต่ก็คุ้ม และแม้
จะเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อย แต่ก็เป็นความภาคภูมิใจ อันสำคัญของผู้เลี้ยง

ผู้ที่อยู่เบื้องสูง ทั้งผู้มีอำนาจ มีความเข้าใจว่า การเพาะเลี้ยงต้องเริ่มจากการหาพันธุ์จาก
ธรรมชาติมาใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ จึงควรมีความยืดหยุ่นการบังคับใช้กฏระเบียบ เช่น ผู้ที่มี
ความสามารถในการเลี้ยง หรือ ผู้ที่มีความสามารถในการจับเป็น ๆ ไม่ให้เกิดความสูญเสีย
ต่อชีวิตและทรัพยากรธรรมชาติ ก็จะได้รับสิทธิในการจัดหาทรัพยากรออกจากธรรมชาติมาก
กว่าผู้ที่ไม่มีความรู้และหวังแต่ผลประโยชน์ส่วนตน รวมทั้งคัดเลือกผู้ที่มีจิตสำนึกในการจับ
ว่าจับไม่เกินอัตราการฟื้นคืนตัวของธรรมชาติ ( Doubling Time) และสนับสนุนให้ความรู้แก่
ผู้ที่จะทำการเพาะพันธุ์ หรือผู้เลี้ยงใหม่ๆ เพื่อลดการสูญเสีย ( ดังเช่นบทความใน เวปนี้ ที่ผม
พยายามเผยแพร่ให้ทุกคนที่เกี่ยวข้อง )

2. ดูแลสัตว์เหล่านี้ให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะมาจากการเพาะหรือจากธรรมชาติก็ตาม นักเลี้ยงที่
เป็นผู้ซื้อมาเลี้ยง ย่อมมีความห่วงแหน ในสัตว์เลี้ยงของตัวเป็นทุนเดิม ก่อนเลี้ยงจึงควรทำการ
ศึกษาหาข้อมูล ใจเย็นๆ และฟังหูไว้หู ค่อย ๆ ลงปลาอาทิตย์ละไม่เกิน 2 ตัว และมีการกักโรคก่อน
มีการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อเลี้ยงได้ก็จะมีความสุข หากนานไป อาจมี
อาการขึ้เกียจที่จะรับผิดชอบ ก็ควรส่งต่อผู้อื่น ขณะที่ผู้จับเอง ก็ต้องมีจิตสำนึกว่า สิ่งเหล่านี้
เป็นทรัพยากรอันมีค่าที่มากกว่าตัวเงินที่ท่านจะได้รับ และยังมีชีวิตจิดใจอีกด้วย ยามท่าน
จับหรือขนส่ง ก็ควรจะประคองชีวิตเหล่านั้น ไว้อย่างหวงแหน มิใช่เพียงหวังผลกำไรทีละมากๆ
โดยไม่คำนึงว่าเขาจะตายซักเท่าไหร่ ดังนั้น ท่านจึงควรจับโดยคัดเลือกเอาตัวรุ่น ๆ ไม่เล็กไป
และไม่ใหญ่จนสืบพันธุ์ได้มากไป ใช้วิธีล้อมดักจับ มากกว่าใช้ไซยาไนด์หรือระเบิดปลา รวม
ทั้งการกักโรค พักปลา ขนส่ง ก็ต้องควบคุมการให้อาหาร และขนส่งในภาชนะที่สมควรและไม่
อัดแน่นเกินไป ผู้ส่งควรจะรู้ว่า ไม่ว่าจะส่งปลาราคาถูกเท่าใด หากส่งไปแล้วตายบ่อย ลูกค้าท่าน
ย่อมหดหายไปเรื่อยๆ และชื่อเสียงของท่านก็จะหมองมัวขึ้นเรื่อย ๆ จนหมดทางกู้กลับคืนมา
ร้านค้า ก็เช่นกัน ต้องสำนึกว่าเรากำลังดูแลเขาเพื่อส่งต่อให้กับผู้ที่รักเขา ไม่ใช่ว่าเราแค่เป็นทาง
ผ่าน เพื่อหากำไร ตู้พักจึงควรมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีพอไม่ให้ปลาหรือสัตว์ทะเลเกิดความเครียด
และอ่อนแอลง

3. ใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพที่สุด ต้องคอยดูแลปั๊มน้ำไม่ให้มีอะไรไปอุดตัน คอยดูแลระบบกรอง
ให้ทำงานระดับสูงเสมอ ๆ ใช้อุปกรณ์ที่ประหยัดไฟฟ้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้มันมีราคาสูงกว่าปกติ
ก็ตามกำลังทรัพย์ ในแง่ของเศรษฐกิจพอเพียง หรือ สามารถสร้างพลังงานใช้เองทดแทนจากธรรมชาติ
( เป็นโครงการที่ Plankton Reeftech มีแนวคิดจะดำเนินการต่อไปซึ่งน่าจะสามารถลดอุณหภฺมิของโลก
ใบนี้ได้ด้วย )

4. พยายาม recycle น้ำทะเลที่เลี้ยงให้มีน้ำทิ้งน้อย ๆ แต่หากไม่สำเร็จก็ทำตามเท่าที่คุณภาพระบบจะ
อำนวย แต่ต้องมีการทิ้งน้ำทะเลถูกที่ไม่ให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง เชื่อว่า ในอนาคตอีก
หน่อย ทาง นักเลี้ยง หรือ Plankton เอง จะมีการทำ Hub เพื่อเก็บรวบรวมน้ำทะเลใช้แล้ว ไปทิ้ง หรือ
บำบัดกลับมาใช้ใหม่ หรือแปรรูปเป็นสารประกอบอื่นๆ อีก

5. นำของที่ใช้แล้วทิ้งใช้ต่อให้เป็นประโยชน์ เช่น ฝุ่นตะกอน ก็นำไปเป็นปุ๋ยต้นไม้ หรือใยแก้วถ่านกรอง
ที่ใช้แล้ว ก็นำไปเป็นวัสดุปลูกต้นไม้ หรือ เพาะชำ

เชื่อว่า ทุกคนที่ได้อ่านบทความอันนี้ จะมองเห็น สิ่งที่บุคคลภายนอกมองเรา และเราต้องมองให้กว้างกว่า
เพื่อจะได้สร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้กับ โลกใบนี้ สืบไป

ท้ายบท :

แม้สิ่งต่าง ๆ ที่ Plankton พูดในวันนี้ เป็นจริงเพียงบางส่วน เมื่อเวลาผ่านไป เชื่อว่า นักเลี้ยงที่มีจิตสำนึก
เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมจะพอกพูนเพื่มขึ้น และ Plankton ต้องการความช่วยเหลือจากทุก ๆ ท่านที่ได้
พบกัน เพื่อเราจะได้มี ผืนดิน ให้เหยียบ มีงานอดิเรกที่ภาคภูมิใจต่อไป และมีเศรษฐกิจ กับภูมิคุ้มกันทาง
เศรษฐกิจที่มั่นคง ดังแนวพระราชดำรัสเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงต่อไป

จึงอยากเชิญชวนให้ท่านผู้มีใจศรัทธา ช่วยโลกใบนี้ด้วย ทาง Plankton เองคิดไว้ 2 โครงการใหญ่ ๆ
คือ โครงการเพาะเลี้ยงปะการัง และ โครงการสร้างพลังงานทดแทน ( ที่ไม่ต้องใช้พลังงานจากฟอสซิล)
ทั้งสองโครงการต้องใช้มันสมอง แรงกาย แรงใจ และ กำลังทรัพย์ มหาศาล หากท่านผู้ใดอยากช่วย
ประเทศไทย โลกใบนี้ และทรัพยากรของเรา โปรดติดต่อกับแพลงตอนได้ จะมีจิตกุศล ช่วยเป็นแรงกาย
มันสมอง หรือ กำลังทรัพย์ผ่านทางการลงทุน ก็ยินดีทั้งนั้น

ขอบคุณครับ

Plankton
From Plankton Reeftech. , Thailand