Article

การควบคุมปริมาณฟอสเฟตในตู้เลี้ยงปลาทะเล

ascidian

 

จากความรู้เรื่องของวัฏจักรฟอสเฟต ในบทความก่อน ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า

  • ฟอสเฟตเป็นสิ่งสำคัญต่อการดำรงชีวิต
  • ฟอสเฟตมากเกินไปทำอันตรายต่อแนวปะการัง
  • ปริมาณการใช้ฟอสเฟตในแนวปะการังน้อยกว่าการคายฟอสเฟตออกมา
  • ฟอสเฟตที่ออกมามีแนวโน้มสะสมในตู้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
  • เวลาที่ใช้ในการจัดการกับฟอสเฟตในธรรมชาติกินเวลานานมาก

ปัจจัยเหล่านี้ ทำให้เราไม่สามารถที่จะพึ่งพาอัตราการนำไปใช้โดยธรรมชาติได้อย่างเดียว

วิธีการควบคุมฟอสเฟตในตู้เลี้ยงจึงต้องอาศัยวิธีการอื่นเพิ่มเติมร่วมกับวิธีการธรรมชาติ
โดย

  1. ลดการนำเข้าของฟอสเฟตจากแหล่งต่าง ๆ
  2. เพิ่มการแปรสภาพฟอสเฟตให้คงอยู่ในรูปที่มีความเสถียรมากขึ้น ไม่ใช่ให้ละลายในน้ำ
  3. นำฟอสเฟตออกจากระบบให้มากที่สุด

เป็น Concept ง่าย ๆ ใช่ไหมล่ะ แต่พอเอาเข้าจริง การจะทำตามสิ่งเหล่านี้จะต้องอาศัยแรงกาย
ในการเอาใจใส่ หรือไม่ก็เครื่องมือพิเศษพอสมควรทีเดียว ดังนั้นเราจะมาไล่ดูทีละส่วนกันเลยว่า
มีสิ่งใดบ้างที่เราสามารถดูแลได้ง่าย ๆ หรือ ดูแลให้เกิดความสมบูรณ์ที่สุด

การลดการนำเข้าของฟอสเฟตจากแหล่งต่าง ๆ

ก่อนจะรู้วิธีการลดการนำเข้า จึงต้องรู้ว่า ฟอสเฟตมาจากแหล่งใดได้บ้าง

  1. น้ำประปา
  2. อาหารปลาและปะการัง
  3. ซากปลา ปะการัง พืชและสาหร่าย และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังอื่น ๆ ที่ตาย
  4. ซากสิ่งมีชีวิตในหินเป็น
  5. ฟอสเฟตที่เกาะกับหินเป็นหรือทรายในธรรมชาติ
  6. ถ่าน Activated Carbon ที่นำมากรองน้ำลดกลิ่นดูดสารพิษ
  7. อื่น ๆ

การควบคุมปริมาณฟอสเฟต โดยมาก เราจะคำนึงถึงการลดฟอสเฟต เพราะฟอสเฟตส่วนใหญ่ มีการสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในตู้อยู่แล้ว

ดังนั้น การลดฟอสเฟต ก็คือการลดสาเหตุการนำเข้าของฟอสเฟต ที่มาจากแหล่งต่าง ๆ คือ

สาเหตุของฟอสเฟต วิธีการลด
น้ำประปา ใช้น้ำประปาผ่านเครื่องกรองน้ำกำจัดฟอสเฟต เช่น Reverse Osmosis
อาหารปลาและปะการัง คัดเลือกอาหารปลาที่ฟอสเฟตน้อย แต่คุณค่าด้านอื่นสูง รวมทั้ง ให้อาหารแต่พออิ่มพอดี
ซากปลา ปะการัง พืชและสาหร่าย และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังอื่น ๆ ที่ตาย กำจัดซากสิ่งมีชีวิตออกจากตู้ก่อนย่อยสลาย
ซากสิ่งมีชีวิตในหินเป็น ล้างหินเป็นให้ดีก่อนนำเข้าตู้ หรือบำบัดหินเป็น
ฟอสเฟตที่เกาะกับหินเป็นหรือทรายในธรรมชาติ ล้างทรายหลาย ๆ น้ำ ประมาณ 10 น้ำขึ้นไป
ถ่าน Activated Carbon ที่นำมากรองน้ำลดกลิ่นดูดสารพิษ เปลี่ยนถ่านกรองน้ำบ่อย ๆ ทุกเดือน

ขั้นต่อไป จึงเป็นการลดฟอสเฟตที่มีอยู่ในระบบอยู่แล้ว ได้แก่ green zo

  • ฟอสเฟตที่ตกตะกอนบนพื้น
  • ฟอสเฟตที่ละลายน้ำ
  • ฟอสเฟตในรูปสิ่งมีชีวิต

ฟอสเฟตที่ตกตะกอนบนพื้น ใช้ทำการดูดตะกอนออก เพราะตะกอนนี้เกิดจากเมือก และซากสิ่งมีชีวิต รวมตัวกัน จะดูดฟอสเฟตอินทรีย์เข้าหา และจับเป็นก้อน ต่อมา แบคทีเรียจะย่อยสลายให้มันละลายเข้ามาในน้ำใหม่ เราจึง ทำการดูดตะกอนออก ก็เป็นการกำจัดฟอสเฟตโดยตรง

สำหรับฟอสเฟตที่ละลายน้ำเป็นรูปแบบการกำจัดที่ทั้งง่ายและยาก เนื่องจากมันมีปฏิสัมพันธ์กับตะกอนในตู้ ถ้าเราเปลี่ยนน้ำทิ้งทั้งหมด จะเป็นการกำจัดฟอสเฟต ในน้ำโดยทันที แต่ตะกอนจะทำให้ฟอสเฟตละลายออกมาใหม่จนถึงจุดสมดุลย์ ทำให้การเปลี่ยนน้ำได้ผลเพียงแค่ชั่วคราวไม่นาน ดังนั้น การเลือกกำจัดตะกอนออกก่อนจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ ( โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน Old Tank Syndrome ) ส่วนการทำให้ฟอสเฟตที่ละลายในน้ำลดลง ก็ทำได้โดยการ

  • เร่งให้มีการตกตะกอน โดยการเพิ่มแคลเซียม และ pH ให้ระบบ โดยต้องควบคุมค่า ต่าง ๆ ให้ดี ไม่ให้ มีการแกว่งตัวมากเกินไป
  • มีตัวดูดซับฟอสเฟต ก็คือ Phosphate Absorber เช่น Phosphate Remover ที่ขายกันทั่วไปในร้านขายปลา หรือ ของเราก็ตาม
  • ใช้สาหร่ายเป็นตัวดูดซับฟอสเฟต ให้อ่านข้างล่างในเรื่องของการกำจัดฟอสเฟตในรูปสิ่งมีชีวิต

algae systemสำหรับฟอสเฟตในรูปสิ่งมีชีวิต นั้น สิ่งมีชีวิตทุกชนิดจะมีฟอสเฟตเป็นองค์ประกอบ เราจึง เร่งให้มีการเติบโตของสิ่งมีชีวิตเพื่อให้มีการดูดซับฟอสเฟตมากขึ้นแต่ขณะเดียวกัน การเติบโตของสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่มากเกินไป อาจก่อให้เกิดปัญหา เราจึง นำสิ่งมีชีวิตนั้นออกมาจากระบบก่อนจะสลายตัว ตัวอย่างนี้ คือระบบการกำจัดฟอสเฟตในรูปของ Algal Scrubber ซึ่ง แตกย่อยเป็น micro Algal Turf Scrubber หรือ ใช้สาหร่ายขนาดเล็กเป็นตัวกำจัด และ Macroalgae Filtration หรือการใช้สาหร่ายขนาดใหญ่เป็นตัวดูดซับ และดึงสาหร่ายเหล่านี้ออกจากระบบ

ทีควรระวังคือ สาหร่ายเหล่านี้ สามารถปล่อยสารอินทรีย์ รวมถึงฟอสเฟต ออกมาจากตัวได้เรื่อย ๆ ดังนั้น การเลือกชนิดพันธุ์ของสาหร่าย ให้เหมาะสมกับอัตราการเกิดฟอสเฟต และ ความเข้มข้นของฟอสเฟตในน้ำที่เรารับได้ อยู่ที่เท่าไหร่กัน แน่