Article

Fire Coral

ปะการังไฟ

ชื่อของปะการังเหล่านี้ บ่งบอกความรุนแรงของมันเองอยู่แล้ว ปะการังไฟ จัดเป็นปะการังที่ไม่ใช่ปะการังที่แท้จริง แม้จะเป็น หนึ่งในตัวที่สร้างแนวปะการังที่แท้จริงก็ตาม

ปะการังไฟ จัดเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังตระกูลเดียวกับ ไฮดร้า หรือ พวก Hydrozoan ซึ่งก็คือ Hydrozoan ที่สามารถสร้างโครงร่างหินปูนได้

ปะการังไฟแบ่งเป็นหลายชนิด เท่าที่เราพบกันบ่อย ๆ ได้แก่

ปะการังไฟชนิด Millepora
ปะการังไฟชนิด Lace Coral ได้แก่ distichopora และ Stylastina
ปะการัง ชนิด Lace coral จัดเป็นปะการังที่สวยงาม มีสีสันจัดมาก ทั้ง เหลือง ส้ม ชมพู แดง ม่วง ฯลฯ มีความใกล้ชิดกับปะการังไฟ Millepora

Taxonomy Data:
Order: Filifera
Family : Stylasteridae
Genus : 15 Generas ; esp.Distichopora , Stylaster

ลักษณะทางกายภาพ

Distichopora violacia

Stylaster สามารถพบได้ทั่วทุกมหาสมุทร แม้กระทั่ง Arctic และ Antarctic มี 18 species ที่ได้รับการลงชื่อ และอีก 1 sp. ที่ยังไม่แน่นอน ลักษณะจะเป็นก้านขนาดเล็กและเติบโตในแนวระนาบเดียวเช่นเดียวกับกัลปังหาพัด สีจะลงไปถึงส่วนล่างของลำต้น (ไม่เหมือนกับปะการังแข็งทั่วไป ) แตกต่างจาก Distichopora ที่มี Cyclosystem เหมือน Millepora ( โพลิปGastro และ Dactylo เรียงตัวกันเป็นวงกลม ) พบในตลาดน้อยกว่า Distichopora

Distichopora สามารถพบได้เฉพาะมหาสมุทรแปซิฟิก มี 34 species และ 1 unknown species เป็นโคโลนีของไฮดรอยด์ที่สร้างโครงร่างหินปูน มีลักษณะเล็ก แตกกิ่งก้านแน่นเหมือนเป็นตุ่ม ๆ Longitudinal Ridge ขนาดเล็ก และสุดปลายจะเป็นลักษณะแผ่นโค้งมักมีสีขาว Gastropores และ Dactylopores ยาว และยาวไปจนถึงกึ่งกลางของ แนวก้าน ( Lobe ) รูเรียงแถวกันที่ขอบของ Lobe และก้านใหญ่
Dactylopores จะมีจำนวนเท่ากันทั้งสองด้าน เป็นตัวจับอาหารเพื่อเลี้ยงโคโลนี เรียงตัวเป็นแถวเดียวรอบรูอาหาร ของแนวรู Gastrostyle ridge มีลักษณะผอมยาว มักจะเชื่อมกัน มีหนาม Spine ไม่มี Ring Palisade , Ampullae จะอยู่กันเป็นกลุ่ม และเปิดออกสู่ผิวด้านนอกผ่านทางรูที่มีรูปร่างไม่แน่นอน

การสืบพันธุ์ของปะการังไฟส่วนใหญ่จะเป็นการสืบพันธุ์โดยอาศัยเพศ ขณะที่การปลดปล่อยเซลสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ จะให้ผลเป็น Medusae ขนาดเล็ก และมีหนวดพิษติดมาเพียงเล็กน้อย Medusae เหล่านี้จะมีชีวิตอย่างอิสระได้เพียงแค่ 1 ชั่วโมงแล้วจะตาย แต่ถ้าเป็นตัวอ่อน Planulae ที่เกิดจากการผสมระหว่างเซลสืบพันธุ์ตัวผู้และตัวเมียจะลงเกาะอย่างรวดเร็ว การหักหรือ Fragmentation ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งของการขยายพันธุ์โดยไม่อาศัยเพศที่ใช้ได้ และเป็นวิธีที่นักเลี้ยงสามารถได้มันมาจากในธรรมชาติด้วย ปะการังไฟ Millepora สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว โดยการหักกิ่ง และแตกแขนง การเจริญเติบโตของกิ่งขึ้นกับกระแสน้ำ และอาหารที่ได้รับ จึงทำให้มีความยากในการจำแนกชนิดของปะการังไฟ ตามธรรมชาติ จะพบปะการังไฟได้ทั่วโลก ยกเว้นฮาวาย โดยเฉพาะบริเวณที่น้ำตื้น และมีกระแสน้ำค่อนข้างแรง ขณะนี้สามารถจำแนกชนิดได้อย่างต่ำ 48 ชนิด ( Borneman 2002 ) ในทะเลแคริบเบียน มีปะการังไฟอยู่ 3 รูปแบบการเติบโต คือ แบบแตกกิ่ง ( M.alcicornis ) แบบจาน ( M.complanata ) และแบบกล่อง ( M.squarrosa )
ลักษณะของปะการังไฟ ก็คือ มีลักษณะคล้ายปะการัง ( แม้มันจะมีความใกล้ชิดกับแมงกะพรุนมากกว่าปะการังก็ตาม) ตามโครงร่างมันจะมีรูพรุนเล็ก ๆ สมชือ Millepora ( Mill - Million , Pore-รู ) แทรกอยู่ตามผิวหน้าหรือ Coenosteum ซึ่งมีรูทั้งหมด 3 ชนิด คือ Dactylopores , gastropores และ Ampullae

ใน ส่วนของ Gastropores จะประกอบด้วย Gastrozoids หรือ โพลิปที่ทำหน้าที่กินอาหาร โดยหนวด 4 - 6 เส้น ของมันจะลดรูปเป็นเข็มพิษ แบบ ตุ่ม ๆ ตามปกติมันจะหดอยู่ในรู ตลอด เมื่อไหร่มันบานออกมาจะทำให้เกิดฟิล์มสีขาวเคลือบผิวปะการังไฟ

Gastrozoids แต่ละตัวจะต่อเชื่อมกันโดยร่องที่อยู่ภายใต้ชั้นผิว เรียกว่า Coenosarcs ที่เป็นทางลำเลียงอาหารถึงกันระหว่างโพลิป และจะมี zooxanthellae อาศัยอยู่มากมายเช่นเดียวกับ Coenosteum และเจ้าตัว zooxanthellae ที่อาศัยจะผลิตพลังงานให้ปะการังใช้ ถึง 75 % ของพลังงานที่ปะการังไฟใช้ทั้งหมด

สิ่งที่เรา มักพบเห็นกันบ่อย ๆ คือ Dactylopores ซึ่งมีหนวดพิษของ Dactylozoids ลักษณะเหมือนขนบาง ๆ ใส ๆ ยื่นออกมาทำหน้าที่ในการป้องกันตัวและจับอาหาร ในปะการังไฟปกติจะมี Dactylopores 5 - 9 ตัวล้อมรอบ Gastropores เราเรียกการเรียงตัวแบบนี้ว่า Cyclosystem ที่หนวดของ Dactylopores ทำหน้าที่จับอาหารส่งให้ Gastropores เข็มพิษ Nematocyst ของ Dactylopores ใน Millepora sp. จะมี 3 ชนิด คือ stenoles, isorhizas และ unique macrobasic mastigophores

อาการแพ้ เมื่อโดนเข็มพิษของปะการังไฟเข้าไป มักไม่แสดงอาการทันที แต่จะแสดงหลังจากนั้นประมาณ 2- 3 สัปดาห์ ( Delayed Type Hypersensitivity ) สามารถแก้ได้โดยใช้ยาต้านภูมิแพ้ ทั่วไป

Lace Coral เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้ จึงชอบขึ้นตามบริเวณที่มีน้ำไหลผ่านเยอะ ๆ เราจึงสามารถนำมาเลี้ยงในบริเวณที่มีถ้ำและมีปริมาณ การไหลของน้ำสูงกว่า ปกติ อีกทั้งยังต้องให้อาหารเสริมอีกด้วย

ตามธรรมชาติจะกินแพลงตอน และเคยมีผู้ประสบความสำเร็จในการให้อาหาร ด้วยแพลงตอนพืช พวก Chlorella , spirulina , Isochrysis และ Rotifer มาแล้ว หนวดพิษของปะการังไฟจะทำการจับอาหารแล้วนำสารอาหารที่ได้เข้าสู่ส่วนของ Gastrozooid เพื่อนำไปเลี้ยงโพลิปอื่น ๆ โดยรอบ

ปะการัง Lace Coral มักชอบ ขึ้นในบริเวณที่ไม่มีแสง เพราะเมื่อมีสิ่งไม่พึงประสงค์มาเกาะ โดยมากเมื่อนำมาขายจะอยู่ในสภาพดี เมื่อเลี้ยงไปจะเกิดตะไคร่ Cyanobacteria และ ไดอะตอม Diatoms มาเกาะ เป็นเหตุให้ ไม่บานและตายง่าย

Distichopora coccinea

การสร้างตู้เพื่อเลี้ยง ปะการัง Lace Coral นี้ ควรอ้างอิงจากธรรมชาติ ปะการังชนิดนี้ขึ้นดีในถ้ำ การจัดตู้จึงควรจัดให้เป็นตู้พิเศษ ( Zoning ) ให้มีถ้ำสำหรับอยู่ และมีระบบบำบัดน้ำร่วมกับระบบให้อาหาร ที่เหมาะสม เนื่องจากการให้อาหารบ่อยจะทำให้คุณภาพน้ำตกลงอย่างรวดเร็ว อาหารที่มันกินจะเป็นแพลงตอนขนาดเล็ก
( ผู้เขียนดูจากลักษณะทางกายภาพและทางสภาพแวดล้อมที่อาศัย แล้ว มีโอกาสเป็นไปได้มาก ที่มันจะกินแบคทีเรียในกระแสน้ำ ) การจัดตู้จึงควรมี Reactor สำหรับให้อาหารอัตโนมัติ รวมถึงเชื่อมกับระบบที่เลี้ยงขนาดใหญ่เพื่อรักษาคุณภาพน้ำไว้ให้ดีตลอด

เนื่องจากาข้อมูลอันจำกัด ทางผู้เขียนจึงอยากขอความร่วมมือช่วยกัน หากมีประสบการณ์การเลี้ยงตัวนี้ที่รอดได้นาน ๆ ได้โปรดส่งข้อมูลมาเพื่อการศึกษาที่ดีให้โลกสามารถเพาะมันได้ในที่สุด

Reference:

Lace Coral : marinecenter.com; http://www.marinecenter.com/corals/coralssmallpolypstonycorals/
distichoporalacecoral/

coral library info

http://www.corallibrary.info/showphoto.php?photo=275&cat=521

Non Photo Synhtetic coral are they really Hard?
http://www.advancedaquarist.com/2002/1/aafeature

Eric Borneman : Venomous Coral ; Fire Coral ; Reefkeeping 2002-11 ; http://www.reefkeeping.com/issues/2002-11/eb/

MARINE LIFE PROFILE: SOUTH PACIFIC LACE CORALS Classification [PDF]

http://www.waquarium.org/MLP/root/pdf/MarineLife/Invertebrates/Cnidarians/
SPLaceCorals.pdf#search=%22lace%20coral%20food%22

 

Distichopora from Answer.com http://www.answers.com/topic/distichopora-violacea

Brad Ward , Melev Reef , Distichopora http://www.melevsreef.com/id/distichopora_discussed.html